
สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับสมาชิกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ
อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับถือเป็นหนึ่งในภาคการส่งออกสำคัญของประเทศไทย การลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันจึงเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภาครัฐร่วมกับภาคเอกชน โดยเฉพาะ สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ และ สมาพันธ์สมาคมอัญมณี เครื่องประดับ และโลหะมีค่า (ประเทศไทย) ได้ผลักดันมาตรการภาษีสำคัญหลายประการ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สิทธิประโยชน์ทางภาษีเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่การยกเว้นอากรขาเข้า การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 0%) ไปจนถึงการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการลดต้นทุนวัตถุดิบ เพิ่มสภาพคล่อง และส่งเสริมการส่งออก
1.ได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบในอุตสาหกรรมทั้งหมด-ตามพิกัดอัตราศุลกากร หมวด14 ตอนที่71
2.VAT 0% สำหรับการนำเข้าหรือจำหน่าย อัญมณีเพื่อการผลิตสำหรับการส่งออกรวมถึงการค้าขายในระหว่างสมาชิกสมาคมฯที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบภพ.01.5 ด้วยกัน และยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับทองคำ (ตามแบบภ.พ. 01.3)
3.ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีมูลค่าเพิ่มในการนำเข้าและขายพลอยก้อน
สิทธิประโยชน์ทางภาษีปัจจุบันเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมอัญมณีในประเทศไทย
สมาพันธ์สมาคมอัญมณี เครื่องประดับและโลหะมีค่า(ประเทศไทย) ร่วมด้วยสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ได้เห็นความสำคัญในการยกระดับการส่งเสริมอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ของการเป็นสมาชิกของสมาคมฯและสมาพันธ์ฯของผู้ประกอบการไทย โดยมาตรการภาษีเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง จึงได้ริเริ่มและผลักดันมาตรการภาษีกับทางภาครัฐบาลจนเป็นผลสำเร็จประกอบด้วยมาตรการหลายประการที่มุ่งลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก อันประกอบด้วย:

1. ยกเว้นพิกัดอากรขาเข้าของสินค้าและวัตถุดิบ ในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ
ประเทศไทย ได้มีประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากร ตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ 2) เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2560 เพื่อประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ ในมาตรการที่มุ่งสนับสนุน และส่งเสริมอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก โดยมีการลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากร ในวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับทั้งหมด อาทิ เพชรที่ยังไม่เจียระไน และเจียระไนแล้ว พลอยที่ยังไม่เจียระไน พลอยที่เจียระไนแล้ว รวมไปถึงเครื่องประดับสำเร็จรูป,มุกจากเดิมที่เคยเสียภาษีนำเข้า 20 %ก็ลดลงเหลือ 0 รวมไปถึงสร้อยม้วน เป็นต้น(สามารถตรวจสอบได้ในพิกัดอัตราศุลกากรหมวด14ตอนที่71)
ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสำคัญในการค้าขายและผลิตอัญมณีในภูมิภาคเอเชีย การยกเว้นอากรขาเข้าตามประกาศข้างต้น ส่งผลให้ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าคุณภาพสูง นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมอัญมณีในประเทศและเพิ่มรายได้จากการส่งออก

2. สำหรับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
2.1ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับนำเข้าหรือจำหน่าย อัญมณี (ตามแบบภ.พ. 01.5)
ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าหรือการขายเพชร พลอย ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน โอปอล นิล เพทาย ไพฑูรย์ หยก ไข่มุก อัญมณีที่มีลักษณะทำนองเดียวกันรวมทั้งสิ่งทำเทียมวัตถุดังกล่าวหรือที่ทำขึ้นใหม่เฉพาะที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นตัวเรือนหรือของรูปพรรณเพื่อใช้ในการผลิตอัญมณีที่เป็นเครื่องประดับหรือของใช้ใด ๆ ของผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากร ประกาศกำหนด ตาม “ พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 311) พ.ศ. 2540 ”กล่าวคือต้องเป็นการนำเข้ามาเพื่อใช้ผลิตอัญมณีที่เป็นเครื่องประดับหรือของใช้ใดๆเพื่อการส่งออกเท่านั้นและรวมไปถึงการซื้อขายในระหว่างผู้ประกอบการที่จดทะเบียนอย่างถูกต้อง ก็จะได้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าว ซึ่งมาตรการนี้ผู้ประกอบการจะต้องมีการต่อใบอนุญาต ในทุกๆปี
2.2 ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับทองคำ (ตามแบบภ.พ. 01.3)
ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้า หรือการขาย ทองคำ ทองคำขาว ทองขาว เงิน และพาลาเดียม เฉพาะที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณ หรือของรูปพรรณ ของผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษี มูลค่าเพิ่ม ทองคำจะต้องมีน้ำหนักเนื้อทองไม่น้อยกว่าร้อยละ 96.50ตาม “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร” ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 311)พ.ศ. 2540 และ แก้ไขเพิ่มเติมโดย “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ” ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 367)

3. สำหรับบุคคลธรรมดา ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าอัญมณีที่ยังไม่ได้เจียระไนเพื่อขาย และยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ได้จากการขายอัญมณีดังกล่าว
ประเทศไทยยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ ได้แก่
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการนำเข้าเพื่อขายเพชร อัญมณี เช่น ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน โอปอล นิล เพทาย ไพฑูรย์ หยก ไข่มุก และอัญมณีลักษณะใกล้เคียงประเภทอื่นๆ “ที่ยังไม่ได้เจียระไน” ซึ่งไม่ครอบคลุมอัญมณีสังเคราะห์หรืออัญมณีที่ผลิตขึ้นใหม่
ตาม “ พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 617) พ.ศ. 2559 ”
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่ได้จากการขายอัญมณีดังกล่าว และได้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้วตามอัตราที่กฏหมายกำหนด ตาม “ พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 618) พ.ศ. 2559 ”
สิทธิประโยชน์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยอย่างยั่งยืน ส่งเสริมการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก โดยในหลายๆมาตรการนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องเป็นสมาชิกสมาคมการค้าที่เกี่ยวข้องกับการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทย อาทิ สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ เพื่อได้รับสิทธิทางภาษีดังกล่าว
-สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของสิทธิประโยชน์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขต่างๆ หรือ กฏระเบียบทางราชการ สามารถติดต่อได้ที่สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ
สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ภาครัฐกำหนดขึ้น ถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างมั่นคง ตั้งแต่การยกเว้นอากรขาเข้า การใช้ VAT 0% ไปจนถึงการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ล้วนช่วยลดต้นทุน เพิ่มสภาพคล่อง และกระตุ้นการส่งออกอย่างเป็นรูปธรรม
ในหลายมาตรการ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเป็นสมาชิกของสมาคมการค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วน
ผู้ประกอบการที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไข ขั้นตอน และข้อกำหนดทางราชการ สามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรงที่สมาคมฯ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรในระยะยาว
Today, we proudly announce the outstanding designers whose works were selected by the international jury to receive the Gemports Award 2026.
emports Award 2026 – The Vivid Legacy เวทีประกวดออกแบบเครื่องประดับระดับนานาชาติที่รวบรวมความคิดสร้างสรรค์จากนักออกแบบทั่วโลก พร้อมเปิดตัว World Gems Trade Association (WGT) อย่างเป็นทางการ สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในการเชื่อมโยงเครือข่ายและขับเคลื่อนความร่