Logo
TH | EN

ภ.พ.01.3 คืออะไร? สิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้ประกอบการค้าทองคำและอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ

ทำความเข้าใจสิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับทองคำและโลหะมีค่า เงื่อนไขการใช้สิทธิ เอกสารประกอบการยื่นคำขอ และประโยชน์ของการเป็นสมาชิกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ (TGJTA)

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax: VAT) เป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับควรทำความเข้าใจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า การซื้อขายวัตถุดิบ และการผลิตเครื่องประดับจากทองคำและโลหะมีค่า เนื่องจากประเทศไทยมีมาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ โดยกำหนดให้สินค้าบางประเภทได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

หนึ่งในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับมาตรการดังกล่าวคือ แบบ ภ.พ.01.3 (แบบแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำ) ซึ่งใช้สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ประสงค์จะใช้สิทธิยกเว้น VAT สำหรับการนำเข้าหรือขายทองคำที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณหรือของรูปพรรณ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิก สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ (Thai Gem and Jewelry Traders Association: TGJTA) ยังสามารถใช้หนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสมาคมเป็นเอกสารประกอบการดำเนินการเพื่อขอใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

ภ.พ.01.3 คืออะไร?

ภ.พ.01.3 คือ แบบแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำของกรมสรรพากร สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ประสงค์จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าหรือขายทองคำที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณหรือของรูปพรรณ

สิทธิดังกล่าวมีที่มาจากพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 311) พ.ศ. 2540 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 367) พ.ศ. 2543 โดยเพิ่มเติมมาตรา 3 ทวิ เพื่อกำหนดให้การนำเข้าหรือขายทองคำ ทองคำขาว ทองขาว เงิน และพาลาเดียม ที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นของรูปพรรณ ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด

อย่างไรก็ตาม ภ.พ.01.3 เป็นแบบแจ้งเฉพาะการประกอบกิจการค้าทองคำ ไม่ใช่แบบแจ้งสำหรับอัญมณีและโลหะมีค่าทุกประเภท เนื่องจากสินค้าประเภทอื่นมีแบบแจ้งและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องแตกต่างกัน

สินค้าประเภทใดบ้างที่ได้รับสิทธิยกเว้น VAT?

ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 311) พ.ศ. 2540 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 367 พ.ศ. 2543 กำหนดให้การนำเข้าหรือขายสินค้าบางประเภทได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ สินค้าต้องยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นตัวเรือน ทองรูปพรรณ หรือของรูปพรรณ ตามประเภทสินค้าและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

สินค้าที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

ทองคำ (Gold) เช่น ทองคำแท่งที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณ

ทองคำขาว (Platinum) โลหะมีค่าที่นำมาใช้ในการผลิตเครื่องประดับ

ทองขาว (White Gold) โลหะผสมที่มีทองคำเป็นส่วนประกอบและใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ

เงิน (Silver) โลหะมีค่าที่นิยมใช้ในการผลิตเครื่องประดับและผลิตภัณฑ์ตกแต่ง

พาลาเดียม (Palladium) โลหะมีค่าที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับและการผลิตผลิตภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ

อัญมณี (Gemstones) อัญมณีบางประเภทที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นตัวเรือนหรือของรูปพรรณ โดยต้องเป็นไปตามชนิดและเงื่อนไขที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาและประกาศอธิบดีกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้อง

สำหรับทองคำที่ใช้สิทธิตามหลักเกณฑ์ ภ.พ.01.3 จะต้องมีน้ำหนักเนื้อทองไม่น้อยกว่าร้อยละ 96.50

ส่วนทองคำขาว ทองขาว เงิน พาลาเดียม และอัญมณี จะต้องพิจารณาคุณสมบัติและเงื่อนไขตามประกาศที่ใช้บังคับกับสินค้าแต่ละประเภท

ทั้งนี้ การได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกชนิดในกลุ่มดังกล่าวจะได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติ ผู้ประกอบการต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

สมาชิกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างไร?

หนึ่งในสิทธิประโยชน์สำคัญของการเป็นสมาชิก สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ (TGJTA) คือ การได้รับหนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสมาคม ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นเอกสารประกอบการดำเนินการเพื่อขอใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีมูลค่าเพิ่มตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

สำหรับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าหรือจำหน่ายทองคำและโลหะมีค่า การมีหลักฐานการเป็นสมาชิกสมาคมที่เกี่ยวข้องถือเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญสำหรับการใช้สิทธิยกเว้น VAT ในธุรกรรมที่เข้าเกณฑ์

สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าหรือขายทองคำที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณหรือของรูปพรรณ โดยทองคำต้องมีน้ำหนักเนื้อทองไม่น้อยกว่าร้อยละ 96.50 และเป็นไปตามเงื่อนไขของ ภ.พ.01.3

  • การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าหรือขายทองคำขาว ทองขาว เงิน และพาลาเดียมที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นของรูปพรรณ ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

  • การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าหรือขายอัญมณีบางประเภทที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นตัวเรือนหรือของรูปพรรณ เพื่อใช้ในการผลิตเครื่องประดับหรือผลิตภัณฑ์ที่เข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด

มาตรการเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ ลดภาระภาษีในขั้นตอนการจัดหาวัตถุดิบ และส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย

ข้อควรทราบ: การเป็นสมาชิกสมาคมไม่ได้ทำให้ได้รับสิทธิยกเว้น VAT โดยอัตโนมัติ ผู้ประกอบการยังต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ยื่นแบบแจ้งการประกอบกิจการที่เกี่ยวข้อง และปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านสินค้าและธุรกรรมให้ครบถ้วน

ภ.พ.01.3 แตกต่างจาก ภ.พ.01.5 อย่างไร?

ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับควรทราบว่า กรมสรรพากรกำหนดแบบแจ้งการประกอบกิจการแยกตามประเภทสินค้า โดยแบบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทองคำ อัญมณี และโลหะมีค่าที่สำคัญ ได้แก่ ภ.พ.01.3 และ ภ.พ.01.5

ภ.พ.01.3 – แบบแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำ

ใช้สำหรับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับทองคำที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณหรือของรูปพรรณ โดยมีเงื่อนไขสำคัญว่าทองคำต้องมีน้ำหนักเนื้อทองไม่น้อยกว่าร้อยละ 96.50

ภ.พ.01.5 – แบบแจ้งการประกอบกิจการนำเข้าหรือขายอัญมณีและโลหะมีค่า

ใช้สำหรับผู้ประกอบการที่นำเข้าหรือขายอัญมณี ทองคำขาว ทองขาว เงิน และพาลาเดียม ตามประเภทสินค้าที่ระบุในแบบและหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

แบบแจ้งทั้งสองประเภทมีเงื่อนไขเกี่ยวกับเอกสารประกอบและหลักฐานการเป็นสมาชิกสมาคมตามที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้น ผู้ประกอบการควรเลือกใช้แบบแจ้งให้ตรงกับประเภทสินค้าและลักษณะการประกอบกิจการ ไม่ควรเข้าใจว่า ภ.พ.01.3 ครอบคลุมการนำเข้าหรือขายอัญมณีและโลหะมีค่าทุกประเภท

สามารถตรวจสอบและดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้จากกรมสรรพากรโดยตรง

  • แบบ ภ.พ.01.3 – แบบแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำ

  • แบบ ภ.พ.01.5 – แบบแจ้งการประกอบกิจการนำเข้าหรือขายอัญมณีและโลหะมีค่า

เว็บไซต์กรมสรรพากร: https://www.rd.go.th/22368.html

เงื่อนไขและคุณสมบัติในการขอใช้สิทธิยกเว้น VAT ตามแบบ ภ.พ.01.3

ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าหรือขายทองคำ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร โดยมีเงื่อนไขสำคัญดังนี้

1. ต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ผู้ประกอบการต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการคำนวณและการรายงานภาษีตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร

2. ต้องเป็นทองคำที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย

ทองคำที่นำเข้าหรือจำหน่ายต้องยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณหรือของรูปพรรณ และต้องมีน้ำหนักเนื้อทองไม่น้อยกว่าร้อยละ 96.50

3. ต้องแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำ

ผู้ประกอบการต้องยื่นแบบ ภ.พ.01.3 ต่อกรมสรรพากร เพื่อแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

4. ต้องมีเอกสารหลักฐานประกอบการนำเข้าหรือจำหน่าย

กรณีนำเข้า ผู้ประกอบการต้องมีเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการนำเข้าที่แสดงต่อเจ้าพนักงานศุลกากรในเวลายื่นใบขนสินค้า รวมถึงเอกสารจากผู้ขายในต่างประเทศที่แสดงว่าผู้นำเข้าเป็นผู้ซื้อทองคำดังกล่าว

กรณีขายทองคำ ผู้ประกอบการต้องมีเอกสารหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการค้าทองคำหรืออัญมณี ตามที่หลักเกณฑ์กำหนด

5. ต้องจัดทำรายงานการค้าทองคำ

ผู้ประกอบการต้องจัดทำรายงานการค้าทองคำตามแบบที่กรมสรรพากรกำหนด และเก็บรักษาเอกสารหลักฐานไว้ ณ สถานประกอบการ เพื่อให้เจ้าพนักงานสามารถตรวจสอบได้

การปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การใช้สิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.01.3

เพื่อให้การแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว ผู้ประกอบการควรเตรียมเอกสารประกอบให้ครบถ้วน โดยเอกสารที่เกี่ยวข้องอาจประกอบด้วย

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของกิจการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของนิติบุคคล

  2. สำเนาเอกสารประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (หากมีตามที่แบบกำหนด)

  3. สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ กรณีบุคคลธรรมดา หรือสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

  4. สำเนาใบอนุญาตค้าของเก่า (ถ้ามี)

  5. สำเนาหลักฐานการเป็นสมาชิกสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการค้าทองคำหรืออัญมณี

  6. สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) หรือสำเนาแบบ ภ.พ.01 กรณียังไม่ได้รับ ภ.พ.20

  7. สำเนาหลักฐานการอนุมัติให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) รวมกัน กรณีผู้ประกอบการได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบรวมกัน

ทั้งนี้ รายการเอกสารอาจแตกต่างกันตามสถานะของผู้ประกอบการและลักษณะการจดทะเบียน ควรตรวจสอบรายละเอียดจากแบบและแนวทางของกรมสรรพากรฉบับปัจจุบันก่อนยื่นเอกสาร

สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร

https://www.rd.go.th/10382.html

ขั้นตอนการยื่นแบบ ภ.พ.01.3

ผู้ประกอบการสามารถแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำต่อกรมสรรพากรผ่านช่องทางที่กำหนด ดังนี้

การยื่นด้วยตนเอง

ยื่นเอกสาร ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ตามหลักเกณฑ์และเขตอำนาจที่กำหนด

การยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ตามช่องทางและหลักเกณฑ์ที่เปิดให้บริการ

สำหรับผู้ประกอบการที่มีสถานประกอบการหลายแห่ง ต้องแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำแยกเป็นรายสถานประกอบการ แม้จะได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มรวมกันแล้วก็ตาม

ข้อมูลที่ควรทราบ: กรมสรรพากรได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สามารถยื่นแบบ ภ.พ.01.3 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เพื่อเพิ่มความสะดวกในการดำเนินการของผู้ประกอบการ

หลักเกณฑ์ภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับทองรูปพรรณ

นอกจากสิทธิยกเว้น VAT สำหรับทองคำที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณแล้ว ผู้ประกอบการและผู้บริโภคควรทำความเข้าใจหลักเกณฑ์การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับทองรูปพรรณสำเร็จรูปด้วย เนื่องจากมีวิธีการคำนวณฐานภาษีที่แตกต่างจากสินค้าทั่วไป

ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการขายทองรูปพรรณและมีใบอนุญาตค้าของเก่าตามกฎหมาย สามารถไม่นำมูลค่าทองรูปพรรณส่วนที่เท่ากับราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคำประกาศในวันที่ขาย มารวมคำนวณเป็นฐานภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

กล่าวคือ การคำนวณ VAT สำหรับการขายทองรูปพรรณภายในประเทศตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะพิจารณาจากส่วนต่างระหว่างราคาขายทองรูปพรรณกับราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคำประกาศในวันที่ขาย

ราคาขายดังกล่าวรวมค่ากำเหน็จแล้ว แต่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

หลักเกณฑ์ดังกล่าวใช้กับทองรูปพรรณที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย เช่น เครื่องประดับที่สวมใส่บนร่างกาย เครื่องประดับตกแต่ง ของชำร่วย หรือสิ่งของที่มีไว้เพื่อแสดงหรือจัดโชว์ โดยต้องไม่มีอัญมณีประกอบอยู่ด้วย และผู้ประกอบการต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกกรณีการนำเข้าทองรูปพรรณสำเร็จรูปจากต่างประเทศออกจากการขายทองรูปพรรณภายในประเทศ เนื่องจากทองรูปพรรณที่นำเข้าจากต่างประเทศไม่ได้รับยกเว้น VAT ตามสิทธิสำหรับทองคำที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณ แม้จะมีน้ำหนักเนื้อทองไม่น้อยกว่าร้อยละ 96.50 ก็ตาม

กรมสรรพากรได้มีหนังสือตอบข้อหารือเลขที่ กค 0702/634 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 โดยวินิจฉัยว่า การนำเข้าทองรูปพรรณสำเร็จรูปจากต่างประเทศต้องคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าทองรูปพรรณที่นำเข้าทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะค่ากำเหน็จ

ภ.พ.01.3 มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับอย่างไร?

อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยมีห่วงโซ่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบหลายประเภท ตั้งแต่การนำเข้าเพชร พลอย และโลหะมีค่า การซื้อขายวัตถุดิบ การผลิตเครื่องประดับ ไปจนถึงการส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ

มาตรการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับวัตถุดิบที่เข้าเงื่อนไขจึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม โดยช่วยลดภาระภาษีในขั้นตอนการจัดหาวัตถุดิบ และช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารต้นทุนได้อย่างเหมาะสม รวมถึงเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตและผู้ค้าไทยในตลาดต่างประเทศ

สำหรับสมาชิกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ หนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสมาคมสามารถใช้เป็นเอกสารประกอบการดำเนินการเพื่อขอใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับ ภ.พ.01.3 และ ภ.พ.01.5 ได้ตามประเภทสินค้าและหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ผู้ประกอบการจึงควรศึกษาคุณสมบัติและเงื่อนไขการใช้สิทธิให้ชัดเจน เตรียมเอกสารประกอบให้ครบถ้วน และจัดทำบัญชีหรือรายงานการค้าตามที่กรมสรรพากรกำหนด เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการทางภาษีได้อย่างถูกต้อง

สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สมาชิก TGJTA ควรรู้

การเป็นสมาชิกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ (TGJTA) ไม่ได้เป็นเพียงการเข้าร่วมเครือข่ายทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สมาชิกเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การสนับสนุนด้านธุรกิจ และสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม

หนึ่งในประโยชน์สำคัญคือ การได้รับหนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสมาคม ซึ่งสามารถใช้เป็นเอกสารประกอบการดำเนินการเพื่อขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าหรือขายอัญมณีและโลหะมีค่าบางประเภท ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง ภ.พ.01.3 และ ภ.พ.01.5 จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจนำเข้า ซื้อขาย และผลิตเครื่องประดับ เพราะการเลือกใช้แบบแจ้งให้ตรงกับประเภทสินค้า รวมถึงการปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการภาระภาษีและดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ (TGJTA) มุ่งมั่นสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ทั้งด้านเครือข่ายธุรกิจ ข้อมูลข่าวสาร การพัฒนาศักยภาพ และการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยในตลาดโลก


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลจากหน่วยงานราชการและกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้องกับมาตรการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและหลักเกณฑ์การประกอบกิจการค้าทองคำ ได้แก่

  1. พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 311) พ.ศ. 2540

  2. พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 367) พ.ศ. 2543

  3. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข สำหรับการนำเข้าหรือการขายทองคำที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณหรือของรูปพรรณ

  4. แบบ ภ.พ.01.3 แบบแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำ

  5. แบบ ภ.พ.01.5 แบบแจ้งการประกอบกิจการนำเข้าหรือขายอัญมณีและโลหะมีค่า

  6. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การนำเข้าหรือขายอัญมณีและโลหะมีค่า

  7. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)

  8. หนังสือตอบข้อหารือกรมสรรพากร เลขที่ กค 0702/634 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569

สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร: https://www.rd.go.th/

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้เบื้องต้นแก่ผู้ประกอบการ ไม่ถือเป็นคำปรึกษาทางกฎหมายหรือภาษี การได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้ประกอบการ ประเภทสินค้า ลักษณะธุรกรรม และการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ผู้ประกอบการควรตรวจสอบประกาศและข้อกำหนดฉบับล่าสุด หรือปรึกษากรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนดำเนินการจริง

โพสที่เกี่ยวข้อง

4 ปัจจัยเบื้องหลังมูลค่าอัญมณี ที่อาจเปลี่ยนวิธีที่คุณมองพลอยไปตลอดกาล

4 ปัจจัยเบื้องหลังมูลค่าอัญมณี ที่อาจเปลี่ยนวิธีที่คุณมองพลอยไปตลอดกาล

ทำความเข้าใจ 4 ปัจจัยที่ส่งผลต่อมูลค่าทับทิมและไพลิน ทั้งการปรับปรุงคุณภาพ แหล่งกำเนิด น้ำหนัก และเฉดสี พร้อมข้อมูลราคาอ้างอิงจาก Gemports

องค์กรสำคัญในอุตสาหกรรมเพชรโลก | บทบาทและหน้าที่

องค์กรสำคัญในอุตสาหกรรมเพชรโลก | บทบาทและหน้าที่

รู้จักองค์กรสำคัญในอุตสาหกรรมเพชรโลก ตั้งแต่ Kimberley Process, CIBJO, WFDB, WDC, GIA ไปจนถึงสมาคมการค้าและหน่วยงานกำกับดูแล ที่มีบทบาทต่อมาตรฐาน ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นในตลาดเพชร

ไข่มุกไม่ได้เกิดจากหอยนางรมเพียงชนิดเดียว รู้จักหอย 6 กลุ่มที่สร้างไข่มุก

ไข่มุกไม่ได้เกิดจากหอยนางรมเพียงชนิดเดียว รู้จักหอย 6 กลุ่มที่สร้างไข่มุก

ไข่มุกไม่ได้เกิดจากหอยนางรมเท่านั้น แต่ยังพบได้ในหอยน้ำจืด หอยเป๋าฮื้อ หอยสังข์ราชินี และหอยทะเลชนิดอื่น ๆ ทำความรู้จักชนิดของไข่มุก โครงสร้าง Nacreous และ Non-nacreous รวมถึงคุณสมบัติและการประเมินคุณภาพในมุมมองอัญมณีศาสตร์